- - THAI SHIPPER - โยนทูตพาณิชย์ กระตุ้นส่งออก...สนองการเมือง
:: Home :: :: Home ::
 
 
 
 
 
 
Last Update May 23,2013
โยนทูตพาณิชย์ กระตุ้นส่งออก...สนองการเมือง (Dec 09,2009)
 
 
  นโยบายการปรับเปลี่ยนตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) 61 แห่งทั่วโลกครั้งใหญ่

ตามใบสั่งของนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กำลังถูกจับตามองจากข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ถึงความเหมาะสมในการปรับเปลี่ยน

เพราะการโยกย้ายใหญ่แต่ละครั้ง ต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาผู้ที่จะไปทำหน้าที่แทน ซึ่งจากเดิมจะให้ทูตพาณิชย์ที่ทำงานต่างประเทศครบ 4 ปีแล้ว ถึงจะสามารถย้ายกลับมาได้

กลายเป็นว่านโยบายใหม่จะให้ย้ายโดยไม่คำนึงถึงเงื่อนไขระยะเวลาในการทำงาน

นั่นหมายความว่า ทูตพาณิชย์ที่ทำงานยังไม่ครบ 4 ปี ก็อาจถูกย้ายกลับมา หรือบางรายที่ทำงานครบ 4 ปี ยังสามารถอยู่ต่อได้

แม้ว่ารมว.พาณิชย์ จะให้เหตุผลที่ใช้เป็นข้ออ้างในการปรับเก้าอี้ว่า ทูตพาณิชย์บางประเทศทำงานไม่ตรงกับนโยบายที่ให้ไว้ในการผลักดันตลาดส่งออกให้เป็นไปตามเป้าหมาย

โดยเฉพาะช่วงปีนี้ทั้งปีที่การส่งออกไทยต้องประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ จนทำให้การส่งออกขยายตัวติดลบต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

ดังนั้น ทูตพาณิชย์จะต้องทำงานหนักเป็น 2 เท่า แต่เมื่อ ส่วนใหญ่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้คนอื่นไปอยู่แทน เพื่อความเหมาะสมของคนและงาน

แต่จากความไม่มีหลักเกณฑ์ของการโยกย้ายตำแหน่ง ประกอบกับเกิดกระแสข่าวการผลักดันเด็กฝาก เด็กหน้าห้อง เด็กคนใกล้ชิดรัฐมนตรี ที่สะพัดไปทั่วกระทรวงพาณิชย์

ทำให้การโยกย้ายครั้งนี้อาจ ส่งผลเสียมากกว่าผลดี ทั้งในแง่ของขวัญและกำลังใจผู้ที่ถูกย้ายกลับมาและผู้ที่จะส่งไปทำงานแทน ซึ่งต้องมาเริ่มนับหนึ่งการทำงานกันใหม่

เหมือนอย่างในสมัยนายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นรมว.พาณิชย์ ที่ใช้นโยบายหมุนเวียนทูตพาณิชย์ครั้งใหญ่เช่นกัน

กระนั้นในแง่ดีใช่ว่าไม่มี เพราะในครั้งนั้นได้เปิดโอกาสให้ข้าราชการทุกกรมในกระทรวงพาณิชย์ มีสิทธิที่จะไปปฏิบัติหน้าที่เป็นทูตพาณิชย์ให้กับประเทศไทย เพียงแค่เข้ามาทดสอบความรู้ทางภาษาอังกฤษผ่าน แต่ก็เกิดปัญหาตามมาคือ การทำงานระหว่างทูตพาณิชย์เบอร์ 1 และเบอร์ 2 ที่ไม่สอดคล้องกัน ทำให้ประสิทธิภาพของงานลดลง

ขณะที่การผลักดันส่งออกกลับรอช้าไม่ได้ โดยเฉพาะในปี 2553 ที่ทิศทางเศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาฟื้นตัว ดังนั้นจึงไม่ได้มีแต่ไทยเพียงประเทศเดียวเท่านั้น ที่ตั้งเป้าหมายโหมการส่งออกเพื่อช่วงชิงคำสั่งซื้อจากต่างประเทศกลับมา

อีกทั้งในปีหน้าสงครามการแข่งขันส่งออกสินค้าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ประเทศเวียดนามประกาศลดค่าเงินด่องไปแล้ว 5% เพื่อแก้เศรษฐกิจภายในประเทศและผลักดันการส่งออก ทำให้สินค้าหลายรายการของไทยที่ต้องแข่งขันด้านราคากับเวียดนาม ได้รับผลกระทบจากการลดค่าเงินด่องครั้งนี้ และมีแนวโน้มว่าเวียดนามอาจมีการปรับลดค่าเงินด่องอีกรอบ

ปัจจัยดังกล่าวยิ่งทำให้ศักยภาพการส่งออกสินค้าเวียดนามในด้านราคาได้เปรียบสินค้าไทยมากยิ่งขึ้น ประกอบกับวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่ในดูไบ แม้ขณะนี้จะจำกัดอยู่แค่เพียงภาคการเงิน แต่ทั้งโลกยังจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบไปถึงกำลังซื้อสินค้าของกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดใหม่ ที่ไทยตั้งเป้าหมายส่งออกไว้สูง เช่นกัน

การทำงานของทูตพาณิชย์ในปีหน้า จึงยิ่งมีบทบาทสำคัญ เพราะจะเป็นประตูด่านแรกในการ ผลักดันส่งออกให้เป็นไปตามทิศทางที่วางไว้

แต่หากเป็นการปรับเปลี่ยนเพียงเพื่อสนองความต้องการเฉพาะบุคคล แต่ไม่สนองงานในภาพรวมเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ เชื่อว่าเป้าหมายส่งออกสินค้าไทยปีหน้าที่วางไว้ 10-15% ก็คงยากที่จะถึงเช่นกัน
 
  Source : โพสต์ทูเดย์ : ทีมข่าวธุรกิจ-ตลาด  
   
  Market Trends ในเดือน  
   
   

 



Home | News&Events | Shipping Society | Market Trends | Rate Request
Sailing Schedule | Cargo Tracking | Directories | Facts&Figures | Forum | After Work
Member Area | Career Opportunities | Post Resume | Feedback | Contact Us | Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
 

Bank of Thailand
Last update
May 23,2013
 
Buying
Selling
USD
29.55
29.93
JPY
28.67
29.33
EUR
38.08
38.78
BBL | SCB | TFB