- - THAI SHIPPER - ธุรกิจไทยพร้อมแค่ไหนสู่ประชาคมอาเซียน
:: Home :: :: Home ::
 
 
 
 
 
 
Last Update May 22,2013
ธุรกิจไทยพร้อมแค่ไหนสู่ประชาคมอาเซียน (Dec 29,2011)
 
 
  เหลือเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นที่ 10 ชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ในปี 2558 ซึ่งตามพิมพ์เขียวของการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC Blueprint โดยมีเป้าหมายสำคัญ 4 ประการคือ

1.การเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตร่วม(ตลาด 600 ล้านคน) โดยมีแผนงานที่จะส่งเสริมให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ และการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่เสรีระหว่างกันมากขึ้น

2.การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ โดยมีแผนงานที่จะส่งเสริมการสร้างความสามารถในด้านต่างๆ เช่น นโยบายการแข่งขัน สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา นโยบายภาษี และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (การเงิน การขนส่ง และเทคโนโลยีสารสนเทศ)

3.การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค โดยมีแผนงานที่จะส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของสมาชิก และลดช่องว่างของระดับการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกเก่า และใหม่ และการสนับสนุนการพัฒนา SMEs

4.การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก มีแผนงานที่จะส่งเสริมการรวมกลุ่มเข้ากับประชาคมโลก โดยเน้นการปรับประสานนโยบายเศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาค เช่นการจัดทำเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ซึ่งเวลานี้อาเซียนได้มีการจัดทำเอฟทีเอแล้วกับ 6 ประเทศ ประกอบด้วยจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมถึงการสร้างเครือข่ายในด้านการผลิต และจำหน่าย เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันภายในกลุ่ม และสร้างอำนาจต่อรองในเวทีเศรษฐกิจและการค้าโลก เป็นต้น

ทุกประเทศเร่งสปีด

จากเป้าหมายของ AEC ที่เขียนไว้ไว้อย่างสวยหรูดังกล่าว และแผนงานด้านต่างๆ ได้มีความคืบหน้าตามลำดับ ส่งผลเวลานี้ให้ 10 ชาติสมาชิกต้องเร่งปรับสปีดตัวเอง เพื่อนำไปสู่การบรรลุผลของเป้าหมายดังกล่าวให้ได้มากที่สุดในอีก 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้จากข้อมูลของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ(จร.) กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ล่าสุดแผนงานการดำเนินการไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียน หรือ AEC Blueprint มีความคืบหน้าไปมากพอสมควร โดยผลประเมินรอบที่ 2 (รอบปี 2553-2554 วัดผลล่าสุดถึงตุลาคม 2554) อาเซียนในภาพรวมสามารถทำได้ตามแผนเฉลี่ยที่ 68.6% โดยในส่วนของไทยสามารถทำได้ถึง 79.56% ซึ่งถือว่าสอบผ่านพร้อมเป็น AEC

รู้จักดีขึ้นแต่ใช้ประโยชน์ยังน้อย

อย่างไรก็ดี ในภาคเอกชน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ และจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบโดยตรง จะมีความพร้อมในการรับมือการแข่งขันภายใต้ AEC มากน้อยเพียงใดนั้น "ฐานเศรษฐกิจ"ได้สอบถามไปยังสถาบันหลักภาคเอกชน โดยนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเมื่อปี 2553 พบว่าสัดส่วนเกือบ 80% ของผู้ประกอบการไทยยังไม่รู้จัก AEC เนื่องจากมองเป็นเรื่องไกลตัว แต่มาในปีนี้ เวลานี้ การได้ยิน รับรู้ รู้จัก ดีขึ้นมาก แต่การใช้ประโยชน์ยังค่อนข้างน้อยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่เป็น SMEs ดังนั้นเวลาที่เหลืออีก 3 ปีจะต้องเร่งในเรื่องการใช้ประโยชน์ให้มากขึ้นเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน

หอค้าไทย-สภาอุตฯสั่งลุย

สำหรับแผนงานในปี 2555 ของคณะกรรมการ AEC Prompt ที่หอการค้าไทยจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา โดยมีตนเองเป็นประธาน เพื่อทำหน้าที่เตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ เกษตรกร และทุกภาคส่วนที่มีส่วนได้เสียกับ AEC นั้น จะเน้นการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการเน้นหนักในลักษณะที่เป็นห่วงโซ่การผลิตตลอดซัพพลายเชนรายอุตสาหกรรม เพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์ทั้งรุกและรับร่วมกันอย่างเป็นระบบ รวมถึงจะเน้นหนักในการสร้างมาตรฐานรายสินค้า เพื่อยกระดับนำไปสู่การยกระดับสินค้าของอาเซียนให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกในอนาคต

ส่วนนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสายงานเศรษฐกิจ และโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อีกหนึ่งสถาบันหลักภาคเอกชน กล่าวว่า ทาง ส.อ.ท.ได้เตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ เฉพาะอย่างยิ่ง SMEs ที่ไม่มีความสามารถในการส่งออก หรือไม่มีความสามารถในการหาตลาดต่างประเทศ โดยการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความสามารถในการผลิตชิ้นส่วน หรือวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปป้อนให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีความสามารถในการส่งออกเพื่อรุก และขยายตลาด AEC การสนับสนุนผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร และเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย เนื่องจากนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงเป็น 300 บาท/วันของรัฐบาลในปีหน้า

ล่าสุดทาง ส.อ.ท.ได้ประสานความร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมและหอการค้าพม่า (UMFCCI) ในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแถบเมืองทวาย และอำเภอแม่สอดของไทย โดยใช้แรงงานพม่าลักษณะเช้ามา-เย็นกลับ การสนับสนุนกัมพูชาให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาคธุรกิจกัมพูชา-ไทย จากเวลานี้มีการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-กัมพูชาแล้ว เป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยไปลงทุนตั้งฐานการผลิตในกัมพูชาเพื่อได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายในลักษณะ win win

รัฐ-เอกชนแข่งติวเข้ม

ขณะเดียวกันในอีกหลายองค์กร ของภาครัฐ และภาคเอกชนได้มีแผนงาน/กิจกรรมในการเตรียมความพร้อมและ เสริมเขี้ยวเล็บผู้ประกอบการไทยในการรับมือกับ AEC ที่จะมีขึ้น อาทิ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการจัดตั้ง AEC Trade Center เพื่อให้คำปรึกษาผู้ประกอบการ SMEs ทั้งในเรื่องช่องทางโอกาสการเจาะตลาดอาเซียน หรือกรมส่งเสริมการส่งออกที่กำลังจะเปลี่ยนชื่อเป็นกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่พร้อมช่วยสนับสนุนการส่งออกและหาพันธมิตรทางการค้าในประเทศเพื่อนบ้าน การให้คำปรึกษาเรื่องตลาด การพัฒนาสินค้า ช่วยหาเทคโนโลยี และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่มีโครงการเตรียมพร้อม และต่อยอด SMEs ให้รุกเข้าไปในตลาดเออีซี รวมถึงองค์กรภาคเอกชนที่ผนึกเครือข่ายสร้างพันธมิตรสร้างความพร้อมแก่ผู้ประกอบการ SMEs ทุกมิติเพื่อเข้าสู่ AEC อย่างมั่นใจ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าจากการระดมสรรพกำลังเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการไทยของหลายหน่วยงาน

ณ วันนี้ถือได้ว่าทุกภาคส่วนของไทยได้มีการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับ AEC แล้วระดับหนึ่ง แต่จากข้อมูลวงในระบุว่าความ ตื่นตัวของทุกภาคส่วนของไทยเกี่ยวกับ AEC เทียบกับ ชาติสมาชิกอาเซียน ไทยยังรั้งอยู่อันดับ 7-8 ที่มีการรับรู้เรื่อง AEC น้อยที่สุด ขณะที่ในช่วงอีก 3 ปีจากนี้ไป ประเทศไทยยังมีปัญหาหลายด้าน ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาความปรองดองของคนในชาติ อีกทั้งยังต้องเร่งฟื้นฟูประเทศครั้งใหญ่หลังน้ำลด ซึ่งต้องใช้งบอีกมหาศาล ขณะที่ภาคเอกชนยังพะวงเรื่องแผนธุรกิจเพื่อรับมือกับน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีก พะวงกับต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงของรัฐบาล

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้คงส่งผลกระทบต่อการเตรียมพร้อมของภาครัฐและเอกชนไทยสู่ AEC ในอีก 3 ปีพอสมควร ซึ่งหากบริหารจัดการผิดพลาดไทยอาจเพลี่ยงพล้ำในเวที AEC ก็เป็นได้

 
  Source : ฐานเศรษฐกิจ  
   
  Market Trends ในเดือน  
   
   

 



Home | News&Events | Shipping Society | Market Trends | Rate Request
Sailing Schedule | Cargo Tracking | Directories | Facts&Figures | Forum | After Work
Member Area | Career Opportunities | Post Resume | Feedback | Contact Us | Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
 

Bank of Thailand
Last update
May 22,2013
 
Buying
Selling
USD
29.51
29.89
JPY
28.62
29.29
EUR
37.91
38.6
BBL | SCB | TFB