Select Category
Mass
Volumn & Capacity
Area
Length
Last Update Jun 20,2013
'ยิ่งลักษณ์' ชู 3 ยุทธศาสตร์ ดันไทยประตูอาเซียน (Jun 01,2012)
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม World Economic Forum on East Asia ปี 2555 ณ ห้อง Plenary Hall โรงแรมแชงกรีลา ว่า ปัจจุบัน เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาของความท้าทายและโอกาส ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นที่ยุโรป การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควบคู่ไปกับ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความก้าวหน้าของการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย การกลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตในภูมิภาค
ทั้งนี้ เราต่างเห็นแล้วว่า แม้แต่ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่สุดยังไม่มีภูมิคุ้มกันจากความท้าทายดังกล่าว ในขณะที่ประเทศเล็กๆอย่างเรากลับจะใช้ความท้าทายนี้เป็นโอกาส คำถามก็คือ อะไรคือสิ่งที่เอเชียควรทำเพื่อปกป้องตัวเองจากความท้าทาย และใช้โอกาสนี้ เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน
หลายประเทศในภูมิภาคนี้ได้ก้าวข้ามความท้าทายนี้แล้ว เห็นได้จาก เศรษฐกิจในอาเซียนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาในยุโรป และหลายประเทศในอาเซียน ยังสามารถก้าวข้ามความท้าทายภายในประเทศของตัวเอง ดังเช่น ความก้าวหน้าของกระบวนการประชาธิปไตยในพม่า ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชาคมโลก ความสำเร็จเหล่านี้ได้สร้างความเชื่อมั่นในภูมิภาคนี้ยิ่งขึ้น ความมั่นใจเหล่านี้เป็นผลจากความเข้มแข็งของประเทศสมาชิกและความสมดุลที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือ และบูรณาการ พร้อมกับการสร้างประชาคม
เช่น อาเซียน ความร่วมมือและการบูรณาการแทนการแข่งขันและการปะทะจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่น และความปรับตัวของภูมิภาค ซึ่งกุญแจสำคัญต่อกระบวนการดังกล่าวคือ ความเชื่อมโยง ดังนั้น หัวข้อการประชุมในปีนี้ จึงมีความสำคัญยิ่งนัก อนาคตของเอเชียตะวันออก ความเชื่อมั่นและความสามารถในการปรับตัวของภูมิภาคขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเรื่องการสร้างความเชื่อมโยง
น.ส.ยิ่งลักษณ์บอกว่า ความคิดของไทย เกี่ยวกับความเชื่อมโยง ซึ่งในมุมมองของเราประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ประการที่เราควรให้ความสำคัญ ประการแรก การสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงในภูมิภาค นอกเหนือจากความเชื่อมโยงระหว่างเส้นทางเหนือกับใต้ ตะวันตกและตะวันออก และเส้นทางสู่ประตูเศรษฐกิจทางใต้ ซึ่งต้องผ่านประเทศไทยทั้งสิ้นแล้ว เรายังควรสนับสนุนความร่วมมือใหม่เพิ่มเติม
อาทิ ท่าเรือน้ำลึกทวาย ไทยกำลังร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพม่าในการพัฒนา หากลองจินตานาการ การขนส่งสินค้าจากมหาสมุทรไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก ผ่านพม่าและไทยในเวลา 1-2 วัน เมื่อมีความเชื่อมโยงเส้นถนนและทางรถไฟจากทวาย สู่กรุงเทพฯและท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ภูมิภาคนี้จะมีสะพานบนดินที่เชื่อมโยงระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทย
หลังจากความมุ่งมั่น 17 ปีในการสร้างถนน ยังมีอีกโครงการหนึ่งที่สำคัญคือการสร้างเครือข่ายรถไฟในภูมิภาคแม่โขง เริ่มจากโครงการ SHRL (Singapore Kunming Railway Link) ที่เป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อระหว่างตะวันออกเฉียงเหนือของไทยสู่ลาวและทางใต้ของจีน
ประการที่ 2 การสนับสนุนองค์ประกอบความเชื่อมโยงอื่น นอกเหนือจากการลงทุนในสาธารณูปโภค เช่น ถนนและรางรถไฟแล้ว ยังเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องมั่นใจว่า สินค้าและคนสามารถเดินทางข้ามพรมแดนอย่างเสรี ดังนั้น เราควรจะสนับสนุนกฏหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เราจึงมีความจำเป็นที่จะสรุปความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามแดนของประเทศสมาชิกในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อลดเวลาและค่าใช้จ่ายตามแนวชายแดน อันจะปรับเส้นทางการขนส่งให้เป็นเครือข่ายโลจิกติกและประตูทางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกันเราจำเป็นต้องมีการป้องกันอย่างมีประสิทธิผลเพื่อป้องกันภูมิภาคนี้จากปัญหาการข้ามแดนและปัญหาจากการนำความเชื่อมโยงไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อกิจกรรมที่ผิดกฏหมายข้ามแดน ซึ่งรวมถึงอาชญากรรมข้ามชาติ การค้าอาวุธที่มีอานุภาพทำลายร้างสูง และโรคระบาด
ประการที่3 การพัฒนาความเชื่อมโยง นอกเหนืออาเซียน และเอเชียตะวันออก การบูรณาการจะมาสู่เอเชียตะวันออกไม่ช้าก็เร็ว ดังนั้น เราควรจะเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนและประเทศอื่นๆในเอเชียตะวันออกในก้าวต่อไป
ปัจจุบันมีความเจริญเติบโตในการค้าและเครือข่ายการลงทุนระหว่างเอเชียตะวันออกกับประเทศอื่น ซึ่งรวมถึงเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และประเทศในทวีปอเมริกา ในอีกระยะเวลาไม่นาน เราจำเป็นที่จะต้องพัฒนาความเชื่อมโยงนอกเหนือจากเอเชียตะวันออก และในความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันมีกรอบความร่วมมือที่มีประเทศนอกเหนือจากเอเชียตะวันออกเข้ามาศึกษาแนวทางความเชื่อมโยงกับเรา เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่ต้องให้มั่นใจว่ามีพลวัตรเกิดขึ้นกับกรอบความร่วมมือดังกล่าว
ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการสนับสนุนความเชื่อมโยงในภูมิภาคและผลักดันการสร้างประชาคมอาเซียนและเอเชียตะวันออก เราจำเป็นที่จะต้องทำให้พื้นฐานของบ้านเราแข็งแรงยิ่งกว่านี้ ภายหลังความไม่เสถียรภาพของการเมืองในปีที่ผ่านมาและภาวะน้ำท่วมในปีที่แล้ว ชาวไทยได้แสดงให้เห็นว่าสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วจากสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลปัจจุบันและชาวไทยพร้อมที่จะก้าวไปสู่ห้วงเวลาใหม่ของการพัฒนาและการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคในอีก 5 ปีข้างหน้า
โดยเฉพาะแผนที่เราได้วางไว้เพื่อพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง ไปยังเมืองหลักของประเทศไทย เช่น เชียงใหม่ รวมถึงโครงการอื่นๆ เช่น การขยายสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกว่า 72 ล้านคนต่อปี เรายังสร้างโครงข่ายการคมนาคมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่จะเอื้ออำนวยเศรษฐกิจ ไทยและชาวไทย แต่สำคัญกว่านั้นจะช่วยสนันสนุนความเชื่อมโยงในภูมิภาค
นอกเหนือจากโครงการสาธารณูปโภคแล้วยังมีการลงทุนกว่า 11,400 ล้านดอลลาร์ ในการบริหารน้ำและป้องกันน้ำท่วม เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตใหญ่ เราให้ความสำคัญในเรื่องอาหารและโครงการเกษตรกรรม ซึ่งเราเป็น 1 ใน 5 ผู้ส่งออกอาหารโลก ในการนี้ นายกรัฐมนตรีได้เสนอโครงการครัวไทยสู่ครัวโลก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการส่งออกอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย รวมถึงสินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารอีกทางหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ ประเทศไทยกำลังลงทุนและสนับสนุนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมที่ไทยเป็นผู้ผลิตหลัก เช่น ยานยนต์, ฮาร์ดดิสก์, ไดรฟ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมบริการ เช่น บริการทางการแพทย์อุตสาหกรรมทางด้านคิดสร้างสรรค์ (creative industry) การสื่อสารโทรคมนาคม ด้านพลังงานสะอาด บริการด้านการเงิน และการประกันภัย
ส่วนในด้านทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสตรี เพื่อช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ เช่น กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี (Women Development Fund) นอกจากนี้ นโยบายการศึกษา อาทิ โครงการ 1 แท็บเล็ต 1 นักเรียน จะช่วยเตรียมความพร้อมแก่เด็กในยุคที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้า เฉกเช่นในปัจจุบัน และโครงการบริการสุขภาพดีถ้วนหน้า (Universal health care) ยังจะช่วยให้ทรัพยากรมนุษย์ของไทยได้รับการปกป้องกันที่ดี
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ใช่แค่ประเทศหลักในการเชื่อมโยงภูมิภาคนี้เข้าด้วยกัน เพียงเพราะปัจจัยทางด้านที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญอีกด้วย เนื่องจากไทยมีแรงงานที่มีฝีมือและทักษะที่ดีเยี่ยม มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และมีนโยบายที่สนับสนุนการเติบโตและเป็นมิตร การมุ่งส่งเสริมภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่า จากฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและมีความหลากหลายมากขึ้น จากการเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค มีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแรงและสามารถทนต่อภัยพิบัติ และมีความทันสมัย ผ่านการลงทุนและการสนับสนุนการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศของไทย
นอกจากนี้ หากการเชื่อมโยงระดับภูมิภาคช่วยให้ฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของไทยเขื่อมต่อและใกล้ชิดกับประเทศอื่นในภูมิภาคแล้ว ยิ่งจะเป็นการส่งเสริมให้ประเทศไทยดำเนินการในด้านต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตสำหรับเศรษฐกิจโลก โดยประเทศไทยจะยังคงดำเนินนโยบายในการให้การสนับสนุน พร้อมทั้งพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียแปซิฟิก ผ่าน ASEAN-led FTAs และ APEC
ทั้งนี้ ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ เราจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกประเทศในภูมิภาคและทั่วโลก ทั้งในระดับทวิภาคี และพหุภาคี และด้วยภูมิปัญญาและความสามารถของทุกคน การประชุมในครั้งนี้จะช่วยให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันและเกิดการเชื่อมโยงกันมากขึ้นในเอเชียตะวันออก และมั่นใจว่าการประชุมในครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
Source : กรุงเทพธุรกิจ
Market Trends ในเดือน June
'สศค.' ปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 55 โต 5.7% (Jun 29,2012)
ครึ่งปีหลังเห็นลางร้ายวิกฤตยุโรป ออเดอร์ก.ค.ยังเงียบส่งออกเดี้ยง เอกชนชง 3 ข้อขอนายกฯ ช่วยด่วน (Jun 29,2012)
ส่งออกไทย 5 เดือนแรก ได้ตลาดจีน-อาเซียนหนุน (Jun 28,2012)
ประเทศรวยสุดในโลกสนใจเครื่องปรับอากาศไทย (Jun 27,2012)
พณ.ดีด๊าส่งออกโต 7.68% พฤษภาคม ตัวเลขสวยห่วงยอด5เดือนติดลบ 1.47% (Jun 27,2012)
พาณิชย์หวั่นยุโรปป่วนฉุดส่งออก 'คู่ค้า' กระทบสินค้าไทย (Jun 26,2012)
ไทยบูมการค้าพ่วงอินเดียผนึกพม่า 'บุญทรง' อ้อนทูตจีนเปิดช่องรับซื้อสินค้าเกษตร 5 ปี (Jun 25,2012)
เปิดแผน 'บุญทรง' เดินสายขายข้าวจีทูจี หวังดันยอดส่งออกข้าวเข้าเป้า 9.5 ล้านตัน (Jun 25,2012)
วิกฤติยูโรกับเศรษฐกิจจีน : ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย (Jun 25,2012)
ดัชนีอุตสาหกรรมพ.ค.ฟื้นตัว หวั่นต้นทุนเพิ่ม ขาดแคลนแรงงาน เศรษฐกิจยุโรปฉุดส่งออก (Jun 21,2012)
พณ.เล็งตั้งสมาพันธ์ข้าวอาเซียน (Jun 21,2012)
ส่งออกโคม่า"ศก.ไอซียู" (Jun 21,2012)
วิกฤติยูโรจะฉุดเศรษฐกิจไทยลงเหวหรือไม่? (Jun 18,2012)
นายกฯ ตั้งทีมจับตา ศก.ยุโรป ให้ 'กิตติรัตน์' เรียกประชุมทุกสัปดาห์ โต้งไม่เชื่อกระทบไทย ย้ำเป้าส่งออกต้องโต15% (Jun 18,2012)
ปลดล็อกข้าวด้วย เออีซี? (Jun 18,2012)
AEC จังหวัด ก้าวใหม่..อาเซียน (Jun 18,2012)
งัด 'สินค้าต้นแบบล้านนา' กู้ส่งออก ไทยปูพรมรับเออีซีกวาดพันล้านดอลล์ (Jun 15,2012)
'เอเชีย' ดิ้นสู้ฟัดหนีส่งออกยุโรปทรุด (Jun 13,2012)
บุญทรงนำทัพบุกตะวันออกกลางค้าข้าวต่อรัฐดันการค้าเพิ่ม 2 เท่า (Jun 13,2012)
ตู้เย็นเฮ! เอฟทีเอไทย-อินเดีย (Jun 13,2012)
อดิเรก ศรีประทักษ์ต่อยอด...ครัวโลกสีเขียว (Jun 13,2012)
การแลกเปลี่ยนสิทธิจราจรระหว่างไทย-กัมพูชา (Jun 13,2012)
สำนักงานส่งเสริมการค้า 'กรุงมาดริด' ชี้วิกฤตสเปน ผู้ส่งออกควรเร่งปรับตัว รับพฤติกรรมตลาดเปลี่ยน (Jun 12,2012)
ทูตพาณิชย์อิตาลีเผยส่งออก 4 เดือนแรกไทยไปอิตาลีลด เหตุคนอิตาเลี่ยน หันกินอาหารกระป๋องมากขึ้น (Jun 12,2012)
ตั้ง 'เออีซี' วาระแห่งชาติ 'ยิ่งลักษณ์' ไม่สายกำหนดยุทธศาสตร์รับมือเพื่อนอาเซีย (Jun 12,2012)
จาก FTA ถึง AEC เร่งเคลียร์กฎแหล่งกำเนิด เพิ่มการใช้สิทธิประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรีของผู้ประกอบการไทย (Jun 11,2012)
ไทยเนื้อหอมสวีเดนเพิ่มลงทุน..แต่!!! (Jun 11,2012)
เงินหยวนกับโอกาสค้าไทย (Jun 11,2012)
วิกฤตยุโรปลาม '3 กลุ่มสินค้าไทย' รัฐหวังอุตฯรถยนต์ดึงยอดส่งออก (Jun 08,2012)
เอกชนผวาแรงงานพม่าขาด (Jun 07,2012)
หมุนตามทุน : โอกาสทองการลงทุนในพม่า (Jun 07,2012)
แฟร์เทรดคืออะไร? (Jun 06,2012)
ปลดล็อก ไข้หวัดนก ไก่บ้านนอก..ท่องอียู (Jun 06,2012)
ทางเชื่อมสู่ประชาคมอาเซียน (Jun 06,2012)
จับตาพม่าผงาด AEC ไทยยังติดกับดักการเมือง (Jun 06,2012)
AEC กับธุรกิจ SMEs ไทย (Jun 05,2012)
คู่มือการเตรียมตัวรับ AEC (Jun 05,2012)
ลงทุนรับเออีซี (Jun 05,2012)
Home |
News&Events |
Shipping Society |
Market Trends |
Rate Request
Sailing Schedule |
Cargo Tracking |
Directories |
Facts&Figures |
Forum |
After Work
Member Area |
Career Opportunities |
Post Resume |
Feedback |
Contact Us |
Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
Bank of Thailand
Last update
Jun 20,2013
Buying
Selling
USD
30.65
31.08
JPY
32
32.73
EUR
40.95
41.67