- - THAI SHIPPER - บุญทรงนำทัพบุกตะวันออกกลางค้าข้าวต่อรัฐดันการค้าเพิ่ม 2 เท่า
:: Home :: :: Home ::
 
 
 
 
 
 
Last Update Jun 20,2013
บุญทรงนำทัพบุกตะวันออกกลางค้าข้าวต่อรัฐดันการค้าเพิ่ม 2 เท่า (Jun 13,2012)
 
 
  กระทรวงพาณิชย์ นอกจากมีหน้าที่สำคัญในการดูแลปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพช่วยเหลือแก่ประชาชนแล้ว อีกภารกิจหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การผลักดันการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยอดการส่งออกให้เป็นกำลังหลักในการสร้างรายได้แก่ประเทศ โดยระหว่างวันที่ 16-19 พ.ค.ที่ผ่านมา บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้เป็นหัวหน้าคณะนำทีมข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าต่างประเทศ เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 2 ประเทศที่กำลังมีเศรษฐกิจขยายตัวในระดับสูง

การเดินทางครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญในการออกไปเจรจาค้าขายข้าวแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) เพื่อระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาลที่ได้รับจากโครงการรับจำนำ รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า เพื่อผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับประเทศที่ไปเยือนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ภายใน 5 ปี ตามนโยบายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

บังกลาเทศเป็นประเทศแรกที่คณะกระทรวงพาณิชย์เดินทางเข้าหารือ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นคู่ค้าอันดับ 42 ของไทย และเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ รองจากอินเดีย โดยปี 54 การค้าทั้งสองฝ่ายมีมูลค่ารวม 1,257 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 53 ประมาณ 38.22% ซึ่งไทยได้ดุลการค้าบังกลาเทศ 1,173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากผลักดันให้ยอดการค้าทั้ง 2 ฝ่ายเพิ่มขึ้น 2 เท่า ภายใน 5 ปี หรือปี 59 การค้าทั้งสองฝ่าย จะต้องมีมูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับโอกาสในบังกลาเทศ แม้จะเป็นประเทศมีคนยากจนอยู่มาก แต่ก็ถือว่ามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเกิน 6% มาตลอดใน 4-5 ปีหลัง ที่สำคัญยังมีประชากรจำนวนมากกว่า 160 ล้านคน และอยู่ในเมืองหลวงธากา เกินกว่า 16 ล้านคน ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความต้องการสินค้าอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการลงทุนก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานเพิ่มเติมอยู่มาก

การเข้าหารือได้เริ่มขึ้นวันที่ 16 พ.ค. 55 มีการเจรจากับตัวแทนรัฐบาลบังกลาเทศอยู่ 2 รอบ รอบแรกได้หารือกับรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของบังกลาเทศ โดยรัฐบาลบังกลาเทศยินดีสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในประเทศในสาขาที่ไทยมีศักยภาพ โดยเฉพาะการก่อสร้าง และไทยขอให้บังกลาเทศใช้ไทยเป็นประตูทำการค้ากับประเทศในอาเซียน หลังจากที่ไทยกับชาติสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ จะรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 อย่างไรก็ตามบังกลาเทศต้องให้ไทยให้สิทธิพิเศษทางศุลกากร (จีเอสพี) กับสินค้าของบังกลาเทศ แต่ไทยเห็นว่าควรลดภาษีในรูปแบบของการจัดทำเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างกันแทน

ต่อมาได้หารือรัฐมนตรีกระทรวงอาหารและการจัดการภัยพิบัติของบังกลาเทศ ได้มีการตกลงที่จะนำเข้าข้าวจากไทยในอีก 2 เดือนข้างหน้าปริมาณ 2.5 แสนตัน ตามข้อตกลงเอ็มโอยู ที่บังกลาเทศจะนำเข้าข้าวจากไทยปีละ 1 ล้านตัน เพราะผลผลิตข้าวบังกลาเทศเพิ่มออกตลาด ทำให้การนำเข้าช่วงนี้ยังไม่เหมาะสมกับระยะเวลา โดยยืนยันว่าราคาข้าวที่บังกลาเทศจะสั่งซื้อนั้นจะสูงกว่าราคาข้าวที่นำเข้าในปีก่อน

ในค่ำของวันเดียวกันคณะของกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในตะวันออกกลาง เพื่อหารือถึงการผลักดันการค้าระหว่างประเทศไทยกับยูเออี ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างไทยและยูเออี เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากปี 54 ที่มีมูลค่าการค้ารวมกัน 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้เป็น 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในปี 59 และพยายามลดดุลการค้าของไทยลง หลังจากที่ผ่านมาไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มูลค่ามหาศาล จนทำให้ขาดดุลการค้าให้กับยูเออี 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในการเจรจานายบุญทรงได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และรัฐมนตรีการค้ากระทรวงต่างประเทศ โดยไทยขอให้มีการร่วมมือทำการค้า ลงทุนและบริการร่วมกันเพื่อลดการขาดดุลการค้า โดยเฉพาะการส่งเสริมทำธุรกิจท่องเที่ยว การแพทย์ สปา ร้านอาหารไทย ที่ชาวอาหรับนิยมเข้าไปใช้บริการในไทยจำนวนมาก รวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ (ออร์แกนิก) รวมถึงสินค้าฮาลาลให้เข้าไปทำตลาดในยูเออี แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข คือข้อจำกัดในการเดินทางเข้ามาลงทุนในยูเออี เพราะต้องอาศัยการมีนักลงทุนท้องถิ่นเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจ หรือช่วยในการขอออกใบอนุญาตต่างให้อยู่ หากภาครัฐแก้ปัญหาได้จะช่วยให้การขยายการค้า การลงทุนทำได้เพิ่มขึ้น

ที่สำคัญไทยขอให้รัฐบาลยูเออี ช่วยสนับสนุนการนำเข้าสินค้าอาหารจากไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการนำเข้าข้าวที่ตกลงกันว่าจะมีการทำสต๊อกสำรองอาหาร โดยเฉพาะข้าวให้กับกลุ่มความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (จีซีซี) 6 ชาติ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กาตาร์ และบาห์เรน มีการนำร่องสินค้าข้าวก่อนขยายไปยังสินค้าเกษตรรายการอื่น เพราะปัจจุบันการนำเข้าข้าวในกลุ่มยูเออี ส่วนใหญ่ 70% เป็นการนำเข้าข้าวบาสมาติจากอินเดียและปากีสถาน ส่วนอีก 15% เป็นการนำเข้าข้าวขาวจากไทยและเวียดนาม และที่เหลือเป็นข้าวหอมมะลิอีก 10% และข้าวนึ่ง 5% เท่านั้น
แสดงว่าสัดส่วนการนำเข้าข้าวจากไทยยังมีปริมาณน้อยอยู่เมื่อเทียบกับอินเดีย ดังนั้นจึงถือว่ามีช่องทางที่ขยายการนำเข้าข้าวเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในเมืองดูไบ ที่เป็นศูนย์กลางการค้าและการนำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง โดยมีบริษัทผู้ค้าข้าวรายใหญ่หลายแห่ง คอยจัดหาสินค้าส่งออกนำเข้าไปยังประเทศกลุ่มประเทศอาหรับ แอฟริกาและอีกหลายประเทศทั่วโลก

หนึ่งในนั้นคือ บริษัทแพลตตินั่ม คอปอเรชั่น ผู้นำเข้ารายใหญ่ในตะวันออกกลางและแอฟริกา ซึ่งคณะกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องข้าวระหว่างกัน โดยไทยได้อธิบายโครงการรับจำนำข้าวที่รัฐบาลทำอยู่ และการสร้างมาตรฐานข้าวไทย ส่วนแพลตตินั่มได้แจ้งว่า มีตลาดข้าวในมือค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่เป็นตลาดในแอฟริกาที่ต้องการข้าวคุณภาพสูง แต่รูปแบบการทำธุรกิจจะเป็นลักษณะเอกชนกับเอกชน (บีทูบี) มากกว่าการทำจีทูจี ดังนั้นรัฐบาลจะผลักดันให้เอกชนข้าวของไทยเข้าไปทำตลาดดังกล่าวมากขึ้น

การเดินทางเยือนครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดีในการปูทางให้ ภาคการค้า ส่งออก รวมถึงธุรกิจภาคเอกชนของไทยได้มีโอกาสขยายไปตลาดแห่งใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการส่งออกไปในสหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) ที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญในการระบายสต๊อกข้าวสารของรัฐบาล ป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบต่อราคาข้าวสารในประเทศเหมือนที่ผ่านมา
 
  Source : เดลินิวส์  
   
  Market Trends ในเดือน June  
   
   

 



Home | News&Events | Shipping Society | Market Trends | Rate Request
Sailing Schedule | Cargo Tracking | Directories | Facts&Figures | Forum | After Work
Member Area | Career Opportunities | Post Resume | Feedback | Contact Us | Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
 

Bank of Thailand
Last update
Jun 20,2013
 
Buying
Selling
USD
30.65
31.08
JPY
32
32.73
EUR
40.95
41.67
BBL | SCB | TFB