- - THAI SHIPPER - ก้าวย่างสำคัญของจีนบนเวทีการค้าโลก
:: Home :: :: Home ::
 
 
 
 
 
 
Last Update May 21,2013
ก้าวย่างสำคัญของจีนบนเวทีการค้าโลก (May 21,2012)
 
 
  นับเป็นเวลา 10 ปีแล้วที่จีนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO) ซึ่งจีนได้แสดงให้ชาวโลกได้เห็นถึงความสำเร็จผ่านทางตัวเลขการส่งออกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จนถึงปัจจุบันจีนเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และบทบาทในวันนี้ของจีนจึงไม่ได้เป็นแค่เพียงสมาชิกของ WTO แต่ยังเป็นเครื่องจักรกลตัวสำคัญที่มีผลต่อการขับเคลื่อน และสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ของเศรษฐกิจโลก

แม้ว่าจีนจะประสบความสำเร็จอย่างล้นเหลือในช่วงที่ผ่านมา แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายและแรงต้านทานทั้งภายนอกและภายในอย่างมากมาย รวมไปถึงการได้รับผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่จีนทำการส่งออกมูลค่ามากกว่า 40% และยังเป็นกลุ่มประเทศที่มีปัญหาการแข่งขันและความขัดแย้งกับจีนเพิ่มมากขึ้น โดยกระทรวงพาณิชย์ของจีนรายงานว่าจีนต้องรับกับปัญหาเรื่องการตอบโต้การทุ่มตลาดมากที่สุดใน 16 ปีที่ผ่านมา รวมถึงต้องเผชิญกับการถูกสอบสวนกรณีการให้เงินสนับสนุนโดยมิชอบตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย

10 ปีที่จีนเป็นสมาชิก WTO ปรากฏว่าจีนมีกรณีถูกฟ้องร้องสอบสวนต่างๆ เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ 602 คดี คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 38.98 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตอบโต้การทุ่มตลาดจำนวน 510 คดี เกี่ยวกับการให้เงินสนับสนุนโดยมิชอบอีก 43 คดี เกี่ยวกับมาตรการปกป้องการนำเข้าจำนวน 106 คดี และอีก 33 คดีเกี่ยวกับมาตรการปกป้องพิเศษ

เฉพาะปี 2554 จีนต้องเผชิญกับกรณีขัดแย้งด้านการค้าระหว่างประเทศมากถึง 66 เรื่อง มีวงเงินที่ถูกสอบสวนถึง 7.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเพราะการพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วของจีนได้ไปสร้างความเดือดร้อนแก่หลายๆ ประเทศ

อย่างไรก็ตาม ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากภาวะเศรษฐกิจการค้าโลกและจากการปฏิรูปของจีนที่เปิดประเทศมากขึ้น การค้าระหว่างประเทศของจีนจึงเข้าสู่ห้วงเวลาที่เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ตามคำพังเพยของจีนที่ว่า "โอกาสมักจะมากกว่าอุปสรรคและท้าทาย"

เมื่อพิจารณาโดยรวม การค้าระหว่างประเทศในอนาคตของจีนจะยังคงเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สังเกตเห็นมูลค่าการส่งออกของจีนซึ่งมีนัยสำคัญ ส่วนแบ่งสินค้า "Made in China" มีจำนวนเกือบกึ่งหนึ่ง ในฐานะที่เป็นประธานสภาธุรกิจไทย-จีน และเป็นผู้ประกอบการชาวไทยเชื้อสายจีนที่เข้าไปลงทุนหลังการปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนในช่วงแรกเริ่ม จึงมีความเห็นดังนี้

ในการพัฒนากระบวนการแปรรูปสินค้าเพื่อการส่งออกของจีน สินค้า "Made in China" ในวันนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากสินค้า "Made in Japan" แต่อย่างใด เพราะต่างมีเป้าหมายที่จะไปแข่งขันในตลาดระดับโลก แต่สินค้า Made in China คุณภาพดูไม่ค่อยดีนัก และดูไม่ทันสมัย การบริการก็ไม่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงการใช้ราคาต่ำเพื่อแข่งขันการส่งออกอย่างไม่เป็นระบบ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของจีน ในสภาพเช่นนี้ สินค้า Made in China จึงถูกจัดเป็นสินค้าเกรดต่ำในตลาดโลกไปโดยปริยาย

คุณภาพต่ำ กำไรต่ำ ทั้งยังมีความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างประเทศบ่อยครั้ง รวมถึงการถูกจำกัดโควตา เหล่านี้ล้วนแล้วแต่สร้างภาพลบแก่จีน และยังเกิดความเสียหายทางการเงินด้วย

ตัวอย่างสำคัญที่เห็นได้ชัดคือ สภาธุรกิจไทย-จีนได้นำคณะตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แนวหน้าของไทยไปพูดคุยกับผู้ประกอบการรถยนต์ของจีน โดยขอให้ผู้ผลิตรถยนต์ของจีนพัฒนารถยนต์พวงมาลัยขวาด้วยเพื่อนำรถยนต์มาจำหน่ายในไทยและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ขับพวงมาลัยขวา แต่ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนเสนอว่าตัวแทนจำหน่ายของไทยต้องรับผิดชอบต้นทุนการพัฒนารถยนต์ที่สูงขึ้นด้วย ทำให้เห็นว่านักอุตสาหกรรมของจีน ไม่มีแนวความคิดทางการตลาดที่แท้จริง หรือจิตสำนึกการแข่งขันทางการค้า ซึ่งอาจเป็นเพราะจีนมองว่ามีตลาดภายในประเทศอันกว้างใหญ่อยู่แล้ว ใกล้เคียงกับอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกาช่วงก่อนหน้าที่ไม่ค่อยใส่ใจกับตลาดต่างประเทศ จะให้ความสนใจเฉพาะตลาดภายในเพียงอย่างเดียว เมื่อสหรัฐต้องการจะส่งออกขึ้นมาก็ต้องเหนื่อยเป็นพิเศษในการแย่งชิงตลาดคืนมา เท่ากับได้สูญเสียโอกาสที่ดีที่สุดไปแล้ว เหมือนดังคำกล่าวที่ว่า "แม้เป็นเพียงก้อนหินจากแดนไกล ก็สามารถนำมาขัดสีฉวีวรรณให้เป็นหยกใสอันมีค่าได้"

อย่างไรก็ตาม สังเกตได้ว่ารัฐบาลจีนเริ่มยกระดับกระบวนการทางการค้าต่างประเทศเข้ามาเป็นยุทธศาสตร์อันสำคัญยิ่งของประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 12 ของจีน ระหว่างปี 2554-2558 ได้แสดงให้เห็นว่าได้มีการสนับสนุนให้มีการปรับปรุงนโยบายและมาตรการที่จะทำให้กระบวนการที่เกี่ยวกับการค้าต่างประเทศดียิ่งขึ้น กล่าวคือ ไม่เพียงแต่การประกอบการเพื่อการส่งออกแต่จะครอบคลุมตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบเน้นการผลิตชิ้นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตสินค้าต่างๆ ระบบโลจิสติกส์ และการขยายบทบาทห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มในประเทศให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม คงเป็นเรื่องยากและต้องใช้กระบวนการที่ยาวนานพอสมควร เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า Made in China การจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความพยายามอย่างจริงจังของบริษัทจีนเท่านั้น การจะทำให้สินค้า Made in China ก้าวกระโดดขึ้นมาอย่างมีศักดิ์ศรีในตลาดโลก จำเป็นต้องมีการดำเนินการตามแนวทางดังต่อไปนี้

1.จีนต้องรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาคและค่าเงินหยวนให้คงที่

2.ต้องไม่ละทิ้งตลาดต่างประเทศ ต้องพัฒนานโยบายที่ดีและให้ประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้เข้มแข็ง

3.รัฐบาลต้องกระตุ้นให้นักธุรกิจมีแนวคิดทางการตลาดที่เฉียบคมมากขึ้น มีจิตสำนึกความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือด้านคุณภาพและเทคโนโลยีที่สูงขึ้นของสินค้า Made in China

4.ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เป็นผู้มีสิทธิกำหนดราคาในการแข่งขันบนเวทีตลาดโลก ลบล้างเปลี่ยนแปลงแนวคิดผู้บริโภคที่ดูแคลนสินค้า "Made in China"

5.ใช้กฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลกให้เกิดประโยชน์อย่างเหมาะสม ลดปัญหาความขัดแย้งด้านการค้าเพื่อรักษาระดับการส่งออกสินค้า "Made in China" อย่างสมเหตุสมผลที่สุด

การที่รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 8% ในปี 2555 นั่นหมายถึงว่าจีนยังมีความตั้งมั่นที่จะแก้ไขและสร้างเสถียรภาพเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำในยุโรปและสหรัฐอเมริกา จีนควรฉวยโอกาสอย่างเต็มที่จากข้อได้เปรียบที่มีอยู่จากสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อเร่งรัดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งในแง่ของความรวดเร็วและคุณภาพ และเมื่อใดก็ตามที่จีนสามารถลบล้างจุดอ่อนของสินค้า Made in China และสามารถเสริมความเข้มแข็งด้านคุณภาพรวมถึงสร้างมูลค่าเพิ่มได้ จะเกิดการยกระดับมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศของจีนให้สูงขึ้น จึงไม่น่ามีข้อสงสัยแต่อย่างใดว่า จีนจะก้าวไปสู่การเป็นมหาอำนาจด้านการค้าระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งในไม่ช้า ...

โดย ธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์

หมายเหตุ :
ธนากร เสรีบุรี รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม(จีน) ประธานสภาธุรกิจไทย-จีน
 
  Source : ประชาชาติธุรกิจ  
   
  Market Trends ในเดือน May  
   
   

 



Home | News&Events | Shipping Society | Market Trends | Rate Request
Sailing Schedule | Cargo Tracking | Directories | Facts&Figures | Forum | After Work
Member Area | Career Opportunities | Post Resume | Feedback | Contact Us | Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
 

Bank of Thailand
Last update
May 21,2013
 
Buying
Selling
USD
29.64
30.01
JPY
28.69
29.36
EUR
37.93
38.62
BBL | SCB | TFB