- - THAI SHIPPER - รัฐบาลยึดอีโคโนมิกฟอรั่ม...เปิดศักยภาพไทยดูดนักลงทุน
:: Home :: :: Home ::
 
 
 
 
 
 
Last Update Jun 19,2013
รัฐบาลยึดอีโคโนมิกฟอรั่ม...เปิดศักยภาพไทยดูดนักลงทุน (May 29,2012)
 
 
  ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. 55 นี้ ประเทศไทยจะถูกจับตามองจากทั่วทุกมุมโลก ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกว่าด้วยเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 21 หรือ ’เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ออน อีสต์ เอเชีย“ ภายใต้หัวข้อ ’กำหนดอนาคตของภูมิภาคด้วยการเชื่อมโยง“ ที่บรรดาผู้นำประเทศและนักบริหารระดับสูงของภาคเอกชนระดับโลกกว่า 600 คน จะเดินทางมาร่วมงานเพื่อรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสเติบโตของภูมิภาคนี้

ที่สำคัญ...ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยแบบชนิดที่เรียกว่า หากใครไม่ไขว่คว้าไว้โอกาสก็จะหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาได้ทีเดียว เพราะเวทีครั้งนี้ สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเวที “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม” ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะอาจสามารถกำหนดความเป็นไปของประเทศเอเชียตะวันออกรวมถึงประเทศไทยในอนาคต

“เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม” หรือดับเบิลยูอีเอฟ ที่แม้จะเป็นองค์กรอิสระ แต่มีบทบาทสำคัญระดับโลกในด้านเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะสามารถเสนอแนะทิศทางการกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจ สังคมและการพัฒนาระหว่างประเทศผ่านเครือข่ายผู้นำภาคการ เมืองธุรกิจและภาคประชาสังคม เรียกง่าย ๆ ว่า หากเวทีนี้สะกิดหรือชี้แนะอะไร ผู้นำในหลายประเทศจะให้ความสำคัญทันที

สำหรับหัวข้อหลักของการประชุมในครั้งนี้ คือการกำหนดอนาคตภูมิภาคโดยการเชื่อมโยง ซึ่งเป็นการปรับบทบาทของภูมิภาคนี้ผ่านความเชื่อมโยงในรูปแบบต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นเรื่องเพิ่มความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคว่าจะนำไปสู่รูปแบบการเจริญเติบโตที่ยั่งยืนและเท่าเทียมกันมากขึ้น รวมไปถึงความท้าทาย เช่นกรณี ภัยพิบัติ รวมทั้งยังมีเวทีย่อย “Thai Economic Forum” ที่เสนอทิศทางแนวโน้มการลงทุนของไทยที่เน้นไปใน 5 ประเภทหลักที่เป็นอุตสาหกรรมโดดเด่นของไทย ได้แก่ การท่องเที่ยว สุขภาพ อาหารและเกษตร พลังงาน และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)

“อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) บอกว่างานนี้ ไทยได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับดับเบิลยูอีเอฟ ที่ต้องการให้ผู้นำทางธุรกิจหรือซีอีโอธุรกิจทั่วโลกมาพูดคุยกันว่าอะไรคือศักยภาพหรือแนวโน้มการทำธุรกิจในอนาคตรวมไปถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกที่มีผลต่อการทำธุรกิจ โดยมั่นใจว่าเวทีนี้จะทำให้ไทยได้รับประโยชน์ถึง 6 ด้าน ทั้งการเป็นช่องทางการเข้าถึงผู้นำรัฐบาลและซีอีโอในสาขาต่าง ๆ การเข้าถึงช่องทางการโน้มน้าวนโยบายการค้าการลงทุนของประเทศต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ภาคเอกชนเข้าถึงข้อมูลและการวิเคราะห์ทางธุรกิจเชิงลึกรวมไปถึงแนวโน้มที่สำคัญของโลก การสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นของประชาคมธุรกิจโลกที่มีต่อไทย รวมทั้งยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำ ผู้บริหารชั้นนำขององค์กรระดับโลก และยังเป็นการส่งเสริมการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้ดีขึ้น

“งานนี้จะได้แลกเปลี่ยนได้เห็นว่าธุรกิจชั้นนำของโลกคิดอะไรกันอยู่ ที่สำคัญยังทำให้ต่างชาติรู้จักไทยมากขึ้น ซึ่งครั้งนี้ได้รับการตอบรับมากกว่าทุกครั้ง เมื่อรู้จักกันแล้วก็มีโอกาสเชื่อมต่อทางธุรกิจระหว่างกัน”

ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาสามัญของนักลงทุนที่ย่อมต้องให้ความสำคัญ ที่จะเลือกพื้นที่ลงทุนที่มีศักยภาพอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโลจิสติกส์ ระบบการสื่อสารติดต่อที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ มีท่าเรือน้ำลึกที่ขนส่งสินค้าได้โดยสะดวก ประหยัดต้นทุน มีสนามบินที่เพียบพร้อม รวมไปถึงประเภทอุตสาห กรรมที่โดดเด่นแข็งแรง จนทำให้เกิดประโยชน์กับผู้ลงทุนได้อย่างเต็มที่ หากไทยและอาเซียน สามารถแสดงให้ต่างชาติเห็นได้ว่าในภูมิภาคนี้มีความเชื่อมโยงระหว่างกันในทุกด้าน จะกลายเป็นแหล่งลงทุนสำคัญของโลกเลยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกกำลังเปลี่ยนข้างเปลี่ยนขั้วจากซีกโลกตะวันตกมายังโลกตะวันออก

เลขาฯ สศช. ได้อธิบายให้เห็นภาพให้ชัดเจนมากขึ้นไปอีกว่า “อาเซียน” ถือว่าเป็นฐานการผลิตใหญ่ของโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอาหารและการเกษตรที่ทั้งไทยและอาเซียนต่างช่ำชอง จึงกลายเป็นโอกาสที่ดีที่ต้องหาลู่ทางระหว่างกันว่าจะเพิ่มมูลค่าและส่งผ่านไปยังทั่วโลกได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยที่สามารถขยายโอกาสตรงนี้ด้วยการเชื่อมโยงทางกายภาพ นั่นคือ เส้นทางคมนาคม ว่าสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคเกษตรและอุตสาห กรรมให้ได้ประโยชน์ จากนั้นจึงช่วยดึงให้เพื่อนบ้านได้ประโยชน์ตามไปด้วย

ทั้งนี้การเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมในอาเซียนนี้ ไทยมีแผนดำเนินการที่ชัดเจนอยู่แล้วเพื่อให้ระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อกัน ทั้งทางถนนและรถไฟที่จะช่วยประหยัดต้นทุน เวลาเดินทาง พลังงาน เพราะสามารถขนส่งได้ทั้งคนและสินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้เชื่อมต่อระหว่างกันอยู่แล้ว ในส่วนของระเบียงเศรษฐกิจหรืออีสต์-เวสท์ คอริดอร์ ที่ทำอยู่แล้ว ขณะที่การเชื่อมโยงในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มีอนาคตในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ที่ไทยถือว่าเป็นฐานการผลิตที่สำคัญที่สุดของโลกและสิ่งที่ตามมาคืออุตสาหกรรมชิ้นส่วน ที่มีเขตอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม รองรับอยู่แล้ว รวมไปถึงโอกาสของอุตสาหกรรมต้นน้ำทั้งเหล็กต้นน้ำหรือปิโตรเคมี ที่ต้องการท่าเรือน้ำลึกเพื่อขนส่ง ซึ่งไทยเองได้ลงทุนอยู่แล้วในนิคมอุตสาหกรรมทวาย และอุตสาหกรรมเหล่านี้ต่างคำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ขณะที่ไทยเองมีกฎหมายที่ชัดเจน

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพที่ไทยมีนโยบายระดับชาติกับการดูแลสุขภาพโดยผ่านนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ที่สามารถต่อยอดไปจนถึงการเป็นศูนย์กลางแห่งการรักษาพยาบาลที่ไทยกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันเพราะทุกวันนี้โรงพยาบาลของไทยให้บริการต่างชาติจำนวนมากอยู่แล้ว และยังเชื่อมโยงไปเรื่องของการท่องเที่ยวอีกด้วย ซึ่งถือเป็นโอกาสอย่างมาก และเรื่องของอุตสาหกรรมไอซีที ที่ถือเป็นปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศเช่นกันพอ ๆ กับระบบโลจิสติกส์ของประเทศ เพราะนักลงทุนคงไม่ต้องการที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศที่ไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้ โดยที่ไทยได้เปิดโอกาสที่ขยายการลงทุนในระบบการสื่อสารและเทคโนโลยีหรือไอซีทีอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับเรื่องของพลังงาน ที่ถือว่ากำลังมีบทบาทสำคัญในเวทีโลกที่ภูมิภาคนี้ได้มีการพัฒนาร่วมกัน

นับได้ว่า... การจัดเวทีระดับโลกในไทยครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่สำหรับประเทศอย่างมาก แต่เหนืออื่นใดอยู่ที่ว่าคนกลางอย่าง “รัฐบาล” ที่มองเห็นโอกาสสำคัญนี้ จะสามารถนำพาโอกาสนี้มาสู่ประเทศให้เป็นผลสำเร็จได้มากน้อยเพียงใด เพราะไทยมีแผนการลงทุนกว่า 2.7 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างอนาคตของประเทศใหม่อยู่แล้ว จากนี้ไป...จะเป็นบทพิสูจน์ฝีมืออีกครั้ง!!!.

มาริสา ช่อกระถิน
 
  Source : เดลินิวส์  
   
  Market Trends ในเดือน May  
   
   

 



Home | News&Events | Shipping Society | Market Trends | Rate Request
Sailing Schedule | Cargo Tracking | Directories | Facts&Figures | Forum | After Work
Member Area | Career Opportunities | Post Resume | Feedback | Contact Us | Disclaimer
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
 

Bank of Thailand
Last update
Jun 19,2013
 
Buying
Selling
USD
30.51
30.89
JPY
32
32.73
EUR
40.63
41.35
BBL | SCB | TFB