|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
|
|
Last Update May 23,2013
|
|
 |
 |
'อาเซียน' พระเอกจำเป็นยุคจีน-อินเดียอัสดง (Jul 13,2012) |
 |
| |
|
|
| |
"รอยเตอร์ส" ตั้งข้อสังเกตว่า เวลาเพียงสิบกว่าปีหลังวิกฤตการเงินในเอเชีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน กลายเป็นแหล่งปลอดภัยของบรรดานักลงทุนต่างชาติที่ชมชอบเดิมพันเสี่ยงๆ แต่เริ่มยี้ตลาดจีนและอินเดีย หันไปใส่เงินเข้าตลาดที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะมืดมน
ไม่เพียงแต่นักลงทุนระยะสั้นที่สนใจตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรอาเซียน แต่ยังรวมถึงนักลงทุนระยะยาวที่เปลี่ยนใจมายังตลาดแห่งนี้ที่มีประชากร 600 ล้านคน ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นที่มากขึ้น เห็นได้ตัวเลขการลงทุนจากต่างชาติที่พุ่งทำสถิติใหม่ๆ
ข้อมูลจาก "ลิปเปอร์" ระบุว่า สินทรัพย์ที่บริหารโดยกองทุนรวมและกองทุนอีทีเอฟจากต่างประเทศ ซึ่งเน้นไปยังตลาดอาเซียน เพิ่มเป็นกว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยราว 4 ใน 5 เป็นสินทรัพย์ที่อยู่ในกองทุนบริหารเชิงรุก (actively-managed funds) ส่วนที่เหลือเป็นกองทุนอีทีเอฟระยะสั้น
แม้ระดับดังกล่าวจะลดลงตามทิศทางของดัชนีเอ็มเอสซีไอ ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ลดลง 5.6% ในเดือนเมษายน-มิถุนายน ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอตัวของตลาดโลก ทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น แต่ตัวเลขในเดือนมีนาคมก็ยังมากกว่าระดับต่ำสุดหลังวิกฤติการเงินในปี 2551 ถึงกว่า 3 เท่า เทียบกับกองทุนที่เน้นตลาดจีนและอินเดีย ที่เม็ดเงินลงทุนดังกล่าวลดลงเกือบ 30% เมื่อเทียบจากระดับก่อนเกิดวิกฤติ และมีแนวโน้มลดลง
"ราเกช รันกานาธาน" ผู้จัดการพอร์ตลงทุน กองทุนเฮดจ์ฟันด์ ดอริก แคปิตอล ที่ลงทุนในอาเซียนมากว่า 1 ทศวรรษ ระบุว่า มีความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างเกิดขึ้น และนักลงทุนเข้าใจตลาดมากขึ้น ทุกวันนี้ อินเดียและจีน เป็นสถานที่ที่นักลงทุนมองถึงความเสี่ยง ขณะที่อินโดนีเซียและไทยเป็นแหล่งพักพิง
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้บริโภคระดับกลาง ตั้งแต่มะนิลาไปจนถึงพนมเปญ ช่วยให้ภูมิภาคนี้ที่มีมูลค่าเศรษฐกิจรวมกัน 2 ล้านล้านดอลลาร์ ปลดแอกจากการพึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐและยุโรป รวมถึงอาเซียนยังพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันขึ้นมาสู้กับจีน การใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค และบริหารการคลังได้ดีขึ้น
อีกปัจจัย ที่หนุนการลงทุนในอาเซียน คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง อย่างอินโดนีเซียที่เศรษฐกิจน่าจะขยายตัว 6.5% ในปีนี้ ฟิลิปปินส์อาจแตะ 6.4% โดยได้อานิสงส์จากการบริโภคที่แข็งแกร่ง และการใช้จ่ายของตากาล็อกที่เน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้แต่เขตเศรษฐกิจของกัมพูชาที่เคยเจ็บปวดจากสงคราม ก็กำลังเข้าสู่จอเรดาร์ของบรรดานักลงทุน เนื่องจากจำนวนชนชั้นกลางที่ขยายตัวรวดเร็ว
แตกต่างกับยุโรปที่กำลังติดหล่มวิกฤตหนี้ สหรัฐที่ยังกะโผลกกะเผลก เศรษฐกิจจีนที่ส่งสัญญาณชะลอตัวชัดเจน ส่วนเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่อย่างบราซิลและอินเดียที่เคยเป็นที่รัก ก็กลับชะลอตัวสู่ระดับ 2% และ 6% ตามลำดับ
หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจเอเชียของธนาคารเอชเอสบีซี "เฟรดเดอริก นิวแมนน์" มองว่า อาเซียนกำลังมาแรง หลังจากที่จีนสูญเสียอำนาจเศรษฐกิจที่เคยมีมาตลอด 10 ปี
ข้อมูลจากลิปเปอร์ ระบุว่า กองทุนฟิเดลิตี้อาเซียนแตะระดับ 2 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นราว 6 เท่า จากระดับต่ำสุดในช่วงหลังวิกฤติ และกลายเป็นกองทุนต่างชาติขนาดใหญ่สุดที่โฟกัสภูมิภาคนี้
ประเมินกันว่า การเคลื่อนย้ายเงินทุนสุทธิเข้าไปยังกองทุนในอาเซียนน่าจะแตะ 1.4 พันล้านดอลลาร์ นับถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ เทียบกับจีนและอินเดียที่เงินทุนไหลออกสุทธิ 1.6 พันล้านดอลลาร์ และ 185 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
ที่ผ่านมา ตลาดอาเซียนเป็นฝ่ายได้รับผลกระทบจากการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน แต่ความยืดหยุ่นของตลาดอาเซียนทำให้มุมมองของนักลงทุนเปลี่ยนไป โดยนับจากวิกฤตการเงิน ปี 2551 หุ้นในดัชนีเอ็มเอสซีไอเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น 150%
เหตุผลมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดึงดูดนักลงทุน เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่ได้ประโยชน์จากการลดหนี้และรักษาระดับการขาดดุลงบประมาณไม่ให้สูงเกินไป หรืออัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำที่เอื้อต่อการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจที่เปิดกว้าง และปรับเปลี่ยนจากรัฐวิสาหกิจสู่เอกชน
แต่นักเศรษฐศาสตร์บางรายมองว่า นี่อาจเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นชั่วคราว และเสี่ยงที่จะสูญเสียโมเมนตัมนี้ไป หากไม่มีการปฏิรูปอย่างลึกซึ้ง เพราะอาเซียนยังอ่อนไหว และมีปัญหาที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นการอ่อนค่าของเงินริงกิต ที่ส่งผลต่อนักลงทุนต่างชาติที่มีสัดส่วน 40% ของตลาดพันธบัตรมาเลเซีย หรือการขาดระบบธนาคารที่ดีในพม่า ขณะที่บริษัทในอาเซียนมีความหลากหลายน้อยกว่าจีนและอินเดีย
|
|
| |
Source : กรุงเทพธุรกิจ |
|
| |
|
|
| |
Market Trends ในเดือน July
|
|
| |
-
'คลัง' ชี้ Q 2 วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปส่งผลส่งออกหด สั่งจับตาผลกระทบเศรษฐกิจ 'จีน-อินเดีย' ชะลอตัว (Jul 31,2012)
-
ศก.โลกตัวแปร ส่งออก-ดอกเบี้ย (Jul 31,2012)
-
'เออีซี' คนไทยพร้อม จริงหรือ (Jul 31,2012)
-
ไทยจะได้อะไรจากการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Jul 30,2012)
-
อาเซียนซิงเกิลวินโดว์(ASEAN Single Window : ASW) (Jul 30,2012)
-
การเชื่อมโยง..คือหัวใจอาเซียน (ASEAN Connectivity) (Jul 25,2012)
-
โอกาสสิ่งทอไทย (Jul 23,2012)
-
ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มอาหารแจ๋วเชื่อ 3 เดือนข้างหน้าภาพรวมดีขึ้น (Jul 23,2012)
-
นายกฯมอบนโยบายทีมประเทศไทย ใช้วิกฤตเป็นโอกาสขยายการค้าและการลงทุนในเยอรมนี (Jul 19,2012)
-
อิเล็กทรอนิกส์ระทึก (Jul 19,2012)
-
ธุรกิจโลจิสติกส์ครึ่งหลังปี55 (Jul 18,2012)
-
ความท้าทายทางเศรษฐกิจของจีนกับอินเดีย (Jul 17,2012)
-
จับตาศก.จีนฉุดส่งออก (Jul 17,2012)
-
อาเซียนยังโต แม้ประเทศใหญ่ชะลอตัว (Jul 16,2012)
-
ไอเอ็มเอฟเล็งทบทวนการเติบโตของศก.โลก 16 ก.ค. หลังอียู-สหรัฐอาการหนัก เอดีบีห่วงกลุ่มปท.อาเซี่ยน (Jul 13,2012)
-
พาณิชย์หวังจีนช่วยค้ำส่งออก (Jul 12,2012)
-
ไตรมาส 2 เศรษฐกิจเกิดใหม่ชะลอตัว (Jul 12,2012)
-
ถึงคิว 'อุตฯไฮเทค' ซึมตามเศรษฐกิจโลก (Jul 12,2012)
-
'ศูนย์วิจัยกสิกร' ชี้ปี55บริโภค-ส่งออกเหล็กไทยโตสวนตลาดโลก (Jul 10,2012)
-
'ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี' แนะใช้ 'R3' กระตุ้นส่งออก SMEs ไทยสู่จีน (Jul 10,2012)
-
จีนและยุโรปฉุดส่งออกไทย (Jul 10,2012)
-
ดึงแบงก์รัฐอุ้มส่งออก คลังตั้ง กก.ส่องกล้องภาระหนี้ ตปท.วิสาหกิจ (Jul 09,2012)
-
3 กลุ่มสินค้าที่ตลาดยังต้องการ (Jul 09,2012)
-
กฎหมายลงทุนในพม่า (Jul 09,2012)
-
ระวัง 'จีน 'ตีท้ายครัว (Jul 09,2012)
-
นักธุรกิจปลุกผู้ประกอบการเร่งพัฒนาสินค้า-สร้างแบรนด์ รับมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Jul 06,2012)
-
อาหารแนวใหม่ในญี่ปุ่น (Jul 04,2012)
-
อิเล็กทรอนิกส์ยังไม่พ้นบ่วงกรรม (Jul 04,2012)
-
ปัดฝุ่นการทำตลาดมุ่งสู่เออีซี (Jul 04,2012)
-
พาณิชย์ชี้เปิดการค้าเสรีอาเซียน 'ธุรกิจบริการไทย' ส่อแววสดใส โอกาสขยายตลาดใหม่ทั่ว AEC (Jul 04,2012)
-
'อินเดีย' ยังเสน่ห์แรงอยู่ไหม (Jul 03,2012)
|
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
Home |
News&Events |
Shipping Society |
Market Trends |
Rate Request
Sailing Schedule |
Cargo Tracking |
Directories |
Facts&Figures |
Forum |
After Work
Member Area |
Career Opportunities |
Post Resume |
Feedback |
Contact Us |
Disclaimer
|
|
|
|
Copyright 2001 eBusiness Consultant ( Thailand ) Ltd. All rights reserved.
|
|
|
|
|
|
|
|
Bank of Thailand
Last update
May 23,2013
|
| |
Buying
|
Selling
|
|
USD
|
29.55
|
29.93
|
|
JPY
|
28.67
|
29.33
|
|
EUR
|
38.08
|
38.78
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|